บทความ
บทความล่าสุด
บทความยอดนิยม
Online : 15 คน
ผู้สนับสนุน
หน้าแรก > การเลี้ยงดูโค > วิธีการเลี้ยงดูโคนม

วิธีการเลี้ยงดูโคนม

วันที่ : 21 มกราคม 2553
ผู้เข้าชม : 340
  การเลี้ยงดูลูกโค
                  ก่อนที่จะพูดถึงการเลี้ยงลูกโคควรจะทำความรู้จักกับนมน้ำเหลืองก่อน   นมน้ำเหลือง   คือน้ำนมที่ผลิตออกมาจากแม่โคในระยะแรกคลอด จะผลิตออกมานานประมาณ   2 - 5  วัน   ต่อจากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นนมธรรมดา   ลักษณะของนมน้ำเหลือจะมีสีขาวปนเหลืองมีรสขม    มีคุณสมบัติคือ   จะมีภูมิคุ้มโรค   อีกทั้งช่วยป้องกันโรคที่เกิดกับระบบลำไส้และผิวหนัง   และยังเป็นยาระยายท้องอ่อน ๆ ของลูกโคอีกด้วย    มีคุณค่าทางอาหารสูง   เมื่อลูกโคคลอดมาใหม่ ๆ ควรแยกลูกโคออกจากแม่โคทันที   และควรจะให้กินนมน้ำเหลืองจากแม่โคภายใน  6  ชั่วโมง หลังคลอดเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเร็ว   ลูกโคควรได้กินนมน้ำเหลืองราว  2 - 5  วัน   ให้กินวันละ 2 เวลา เช้า,  เย็น

 วิธีการฝึกให้ลูกโคกินนม
                  อาจฝึกได้โดยให้ลูกโคกินนมจากถังพลาสติกหรืออะลูมิเนียม   หัดให้กินโดยใช้นิ้มือจุ่มลงในน้ำนมให้เปียก  แล้วแหย่เข้าไปในปากลูกโคให้ลูกโคดูดแล้วกดหัวลูกโคให้ปากจุ่มลงไปในน้ำนม   ลูกโคจะดูดนิ้วมือขณะเดียวกัน น้ำนมก็จะไหลเข้าไปได้   หัดดูดนิ้วมือเช่นนี้ ประมาณ   3 - 4 ครั้ง  ต่อ ๆ ไปจึงค่อย ๆ ดึงนิ้วมือออก   ปล่อยให้ลูก โคดูดกินเองต่อไป   ทำเช่นนี้ประมาณ  1 - 3  วัน  ลูกโคก็จะค่อย ๆ เคยชินสามารถดูดจากถังเองได้

 

 วิธีเลี้ยงลูกโคระยะแรกอาจปฏิบัติได้ดังนี้
                  นมแม่   ให้ลูกโคกินต่อหลังจากนมน้ำเหลืองหมด   จนลูกโคอายุได้ 1 เดือน (4สัปดาห์)   แล้วจึงให้กินนมเทียมหรือนมผงละลายน้ำต่อจน อายุได้  3 - 4  เดือน  (12 - 16 สัปดาห์)  จึงหย่านม

                  นมเทียม   หรือนมผงละลายน้ำ   สำหรับการเลี้ยงลูกโคเพศเมียควรให้กินต่อจากนมแม่เมื่ออายุได้ 1 เดือน (4สัปดาห์)  แต่สำหรับลูกโคเพศผู้   ควรใหกินนมแม่อย่างน้อย 1 สัปดาห์   จึงเริ่มให้กินนมเทียมหรือนมผงละลายน้ำ   และให้กินต่อไปจนหย่านมหรืออายุได้ประมาณ  3 - 4  เดือน (12 - 16 สัปดาห์)

                  หมายเหตุ
 การเลี้ยงดูลูกโคนมดังกล่าวมาแล้ว   เป็นการเลี้ยงดูโคแบบ  "ให้นมจำกัดพร้อมให้อาหารข้นลูกโคอ่อน"   ไม่ว่าเลี้ยงดูด้วยนมแม่หรือนมเทียมกล่าวคือ   การให้นมควรจะให้ในปริมาณที่เกือบคงที่ตลอดไป   คือประมาณ  10  เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว   ตัวอย่างเช่น   ลูกโคเกิดมามีน้ำหนัก  30  กิโลกรัมก็ให้นมวันละ  3 - 4  กิโลกรัมตลอดไป   โดยแบ่งให้เช้า  2  กิโลกรัม  บ่าย  2  กิโลกรัมจนอายุหย่านม   ในขณะเดียวกันควรตั้งอาหารข้นสำหรับลูกโคและหญ้าแห้งคุณภาพดีวางไว้ให้ลูกโคได้ทำความรู้จักและหัดกินตั้งแต่ลูกโคอายุได้   1  สัปดาห์จนถึง  12  สัปดาห์   ต่อจากนั้นให้กินหญ้าสด   วิธีการดังกล่าวเป็นการหัดโดยการบังคับให้ลูกโคช่วยเหลือตัวเองโดยเร็วที่สุด    เป็นวิธีการที่ประหยัดนมแม่โครวมทั้งนมเทียมได้มาก   เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการเลี้ยงดูลูกโค

                  อนึ่งสำหรับวิธีการผสมนมเทียมหรือนมผงละลายน้ำ   เราอาจใช้การผสมในอัตราส่วน  1 ต่อ  7  ถึง  10  ส่วน   แต่ที่นิยมใช้คือ 1 ต่อ 8 หรือ 1 ต่อ 9 ส่วน   ตัวอย่างเช่น   ถ้าใช้นมผง  1  กิโลกรัม   ก็ต้องผสมน้ำ  8  กิโลกรัม  หรือถ้าใช้นมผง  1/2  กิโลกรัม  ก็ต้องผสมน้ำ  4  กิโลกรัม   ในการผสมแต่ละครั้งควรคนให้เข้ากันและต้องเติมน้ำมันตับปลาหรือวิตามินลงไปด้วย   การผสมนมผงแต่ละครั้งมากน้อยแค่ใหนขึ้นอยู่กับท่านมีลูกโคจำนวนมากน้อยเพียงใด


 การทำเครื่องหมาย 

                  ลูกโค
 ที่เกิดออกมาโดยมีพ่อและแม่พันธุ์เดียวกัน   พ่อตัวเดียวกันก็ย่อมจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน   เมื่อโตขึ้นอาจจะจำไม่ได้หรือจำผิดพลาดได้ว่าเกิดเมื่อไหร่   พ่อแม่ชื่ออะไร   หรือเบอร์อะไร   และเมื่อทำการซื้อ - ขาย   จะทำประวัติก็เป็นการยุ่งยากลำบาก   ดังนั้นลูกโคจึงจำเป็นที่จะต้องทำเครื่องหมายเพื่อแสดงให้ทราบว่าเกิดจากพ่อ - แม่พันธุ์อะไร   เบอร์อะไร   ซึ่งจะเป็นการสะดวกในการทำประวัติ   และป้องกันรักษาโรค   ซึ่งอาจทำได้หลายวิธีด้วยกันอาทิเช่น   ทำเครื่องหมายโดยตัดหู   ตีเบอร์ติดหู   ตีเบอร์ไฟ   หรืออื่น ๆ เป็นต้น   และเมื่อลูกโคอายุได้ประมาณ 3 - 6 สัปดาห์   หรือประมาณ  1 - 2  เดือน   ก็ควรทำการจี้เขาเพื่อทำไม่ให้มีเขาอันจะเป็นอันตรายต่อฝูงโคหรือเจ้าของสัตว์เองได

 การเลี้ยงโครุ่น-โคสาว
 

                  เมื่อลูกโคอายุได้  4  เดือน   ระบบการย่อยได้พัฒนาดีขึ้น   ในช่วงนี้อัตราการตายจะต่ำหรืออาจจะกล่าวได้ว่า   พ้นช่วงระยะอันตรายแล้ว   จากระยะนี้ถึงระยะโครุ่น   คืออายุประมาณ  180 - 205 วัน   (น้ำหนักประมาณ 120 - 150 กิโลกรัม)  ซึ่งระยะนี้โคจะสามารถกินหญ้าได้ดีแล้ว   จากนั้นก็จะถึงระยะการเป็นโคสาว (น้ำหนักประมาณ 200 - 250  กิโลกรัม)   ต่อไปก็จะถึงระยะเกณฑ์ผสมพันธุ์   คืออายุได้ประมาณ 18-22  เดือน (น้ำหนักประมาณ  250  กิโลกรัม  หรือประมาณ  60 - 70  เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่)   ในช่วงดังกล่าวนี้โคจะเจริญอย่างรวดเร็ว   ควรเพิ่มอาหารผสมให้บ้างเป็นวันละ 1 - 2 กิโลกรัมและให้หญ้ากินเต็มที่ในกรณีที่เลี้ยงแบบปล่อยลงในแปลงหญ้าก็จะเป็นการดียิ่งขึ้นเพราะโคได้ออกกำลังกายและยังเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและแรงงานได้มากอีกด้วยแต่อย่างไรก็ตามในการให้อาหารผสม(อาหารข้น)แก่โครุ่น-โคสาวในปริมาณมากน้อยเท่าใดนั้นให้พิจารณาถึงคุณภาพของหญ้าที่มีอยู่ในขณะนั้นเป็นสำคัญ

 การเลี้ยงและดูแลโครีดนม          

                  แม่โค
จะให้นมหรือมีน้ำนมให้รีดก็ต่อเมื่อหลังจากคลอดลูกในแต่ละครั้ง   ซึ่งจะให้นมเป็นระยะยาว,  สั้น  มากน้อยต่างกัน ขึ้นกับความสามารถของแม่โคแต่ละตัวพันธุ์และปัจจัยอื่นอีกแต่โดยทั่วไปจะรีดนมได้ประมาณ  5 - 10  เดือน   นมน้ำเหลืองควรจะรีดให้ลูกโคกินจนหมด   ไม่ควรนำส่งเข้าโรงงานเป็นอันขาดและควรให้อาหารแก่แม่โคอย่างเพียงพอ   เพื่อแม่โคจะได้ไปสร้างน้ำนมและเสริมสร้างร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่ยังไม่สมบูรณ์ได้อย่างเพียงพอภายหลังจากคลอดลูก   โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ  30 - 70  วัน หลังจากคลอด   มดลูกจะเริ่มกลับเข้าสู่สภาพปกติแม่โคจะเริ่มเป็นสัดอีก   แต่อย่างไรก็ตามเมื่อแม่โคแสดงอาการเป็นสัดภายหลังคลอดน้อยกว่า  25  วัน  ยังไม่ควรให้ผสม  เพราะมดลูกและอวัยวะต่าง ๆ ในระบบสืบพันธุ์เพิ่งฟื้นตัวใหม่ ๆ ยังไม่เข้าสู่สภาพปกติ   ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่ควรจะรอให้เป็นสัดครั้งที่  2  เกิดขึ้นจึงค่อยผสม   ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาประมาณ  45 - 72  วัน หลังจากคลอด

 การเป็นสัดคืออะไร


                  การเป็นสัด
คือ   การที่สัตว์ตัวเมียยอมให้ผสมพร้อม ๆ กันจะมีการตกไข่เกิดขึ้น (โคนมลูกผสมส่วนมากจะมีอายุเข้าสู่วัยหนุ่มสาวประมาณ 1 - 2 ปีโดยเฉลี่ย )   โคเป็นสัดก็หมายถึง   โคที่เริ่มจะเป็นสาวแล้วพร้อมที่จะได้รับการผสมโดยวิธีใดวิธีหนึ่งซึ่งอาจเป็นการผสมเทียมหรือผสมแบบธรรมชาติก็ได้แล้วแต่ความสะดวกหรือความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ   การเป็นสัดของโคแต่ละ รอบจะห่างกันประมาณ  21  วัน   และในแต่ละครั้งของการเป็นสัดแล้วประมาณ  14  ชั่วโมง   ช่วงระยะเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการผสม คือ  ระยะก่อนที่ไข่จะตกเล็กน้อย   โดยทั่วไปเจ้าของสัตว์อาจจะพบหรือสังเกตเห็นสัตว์ของตนเป็นสัดในเวลาเย็นหรือตอนกลางคืน   หรืออาจจะพบเมื่อใกล้ถึงตอนปลายของการเป็นสัดแล้ว   ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลในทางปฏิบัติอาจแนะนำพอเป็นแนวทางในการปฏิบัติคือ   ถ้าเห็นโคเป็นสัดตอนเช้าก็ควรผสมอย่างช้าตอนบ่ายวันเดียวกัน   และถ้าเห็นโคเป็นสัดตอนบ่ายหรือเย็นก็ควรผสมอย่างช้าเช้าวันรุ่งขึ้น

 การสังเกตการเป็นสัดในโคตัวเมีย

                  เจ้าของสัตว์ 
 อาจสังเกตหรือพบเห็นอาการของโคที่เป็นสัดจากอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจแสดงออกมาพร้อม ๆ กันให้เห็นได้ดังนี้

          1.  ส่งเสียงร้องที่ผิดปกติ
          2.  เครื่องเพศบวมแดง
          3.  ปัสสาวะถี่
          4.  มีน้ำเมือกใสและเหนียวไหลออกมาจากช่องคลอดหรือเลอะบริเวณก้นทั้งสองข้าง
          5.  ไม่สนใจอาหารหรือกินอาหารน้อยทั้งอาหารน้อยทั้งอาหารข้นและหญ้า
          6.  ถ้าเป็นแม่โคที่กำลังให้นมจะพบว่าน้ำนมลดลง
          7.  ขึ้นขี่ตัวอื่นหรือยอมให้ตัวอื่นขี่
          8.  สังเกตที่ดวงตาจะเห็นม่านตาเบิกกว้างบ่อยครั้งกว่าปกติส่อให้เห็นการตื่นตัวและตื่นเต้นง่าย

 

 

ที่มา : กองปศุสัตว์สัมพันธ์ กรมปศุสัตว์
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ / อีเมล์ :  
ความคิดเห็น :  
รหัสความปลอดภัย :
กรอกข้อความด้านบน :  
FarmThaiOnline.com (Thailand) ติดต่อทีมงาน :  Admin@farmthaionline.com
Copyright 2009, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537  เข้าสู่ระบบ  ติดต่อทีมงาน